โครงสร้างของ ผิวหนัง เป็นส่วนที่ปกคลุมห่อหุ้มร่างกายทั้งหมด มีหน้าที่สำคัญในการควบคุมอุหภูมิในร่างกาย ขับเหงื่อและไขมัน ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ชั้น ได้แก่ ชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) ชั้นหนังแท้ (Dermis) และชั้นไขมัน (Hypodermis หรือ Subcutis) ความหนาของผิวแต่ละชั้นจะแตกต่างกันตามอวัยวะ เช่น ผิวบริเวณฝ่ามือและฝ่าเท้าเป็นส่วนที่หนาที่สุด และผิวบริเวณเปลือกตาจะบางที่สุด โดยแต่ละชั้นผิวมีโครงสร้างและหน้าที่ต่างกันดังนี้
-
- ชั้นหนังกำพร้า (Epidermis)
ชั้นหนังกำพร้าเป็นผิวหนังชั้นนอกสุด ทำหน้าที่ป้องกันผิวจากเชื้อโรคที่จะเข้าสู่ร่างกาย และปกป้องผิวจากสภาพแวดล้อมภายนอก อย่างฝุ่นและแสงแดด และสร้างเซลล์ผิวใหม่เพื่อทดแทนเซลล์ผิวเก่าทุก 30 วัน
ชั้นหนังกำพร้าประกอบด้วยเซลล์สำคัญ 3 ชนิดคือ เคราติโนไซต์ (Keratinocytes) หรือเซลล์ผิวหนัง เมลาโนไซต์ (Melanocytes) ทำหน้าที่ผลิตเมลานิน (Melanin) หรือเม็ดสีผิวที่ทำให้คนเรามีสีผิวแตกต่างกัน และเซลล์แลงเกอร์ฮานส์ (Langerhans Cells) เป็นเซลล์ภูมิคุ้มกันที่ช่วยป้องกันผิวจากการติดเชื้อ โดยชั้นหนังกำพร้าประกอบด้วย 5 ชั้นผิวย่อย ได้แก่
- Stratum Corneum เป็นชั้นที่อยู่ด้านนอกสุด ประกอบด้วยเซลล์เคราติโนไซต์ที่ตายแล้วหรือขี้ไคล ซึ่งจะหลุดออกตามกระบวนการผลัดผิวตามธรรมชาติ ผิวชั้นนี้มีหน้าที่ปกป้องผิวจากการถูกทำลายจากภายนอก และช่วยรักษาความชุ่มชื้นในผิวหนัง
- Stratum Lucidum เป็นผิวหนังส่วนหนา (Thick Skin) โดยพบบริเวณฝ่ามือและฝ่าเท้า
- Stratum Granulosum เป็นชั้นผิวที่สร้างไกลโคลิพิด (Glycolipids) ซึ่งเป็นสารที่ประกอบด้วยไขมันและคาร์โบไฮเดรต ทำหน้าที่เป็นตัวประสานให้เซลล์ยึดเกาะกัน
- Stratum Spinosum เป็นชั้นผิวที่หนาที่สุดในชั้นหนังกำพร้า ประกอบด้วยเซลล์เคราติโนไซต์และเซลล์เดนดริติก (Dendritic Cells) ซึ่งเป็นเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกัน มีหน้าที่ป้องกันและจำกัดเชื้อโรคที่เข้าสู่ผิวหนัง
- Stratum Basale เป็นชั้นผิวที่ลึกที่สุดของชั้นหนังกำพร้า ทำหน้าที่ผลิตเคราติโนไซต์ที่เป็นเกราะป้องกันผิว เมื่อเคราติโนไซต์สะสมมากขึ้นจะดันเซลล์เก่าขึ้นสู่ชั้นผิวด้านบนและกลายเป็นขี้ไคลที่ชั้น Stratum Corneum นอกจากนี้อาจพบเมลาโนไซต์ที่ผลิตเม็ดสีผิวที่ผิวชั้นนี้เช่นกัน

2. ชั้นหนังแท้ (Dermis)
ผิวชั้นหนังแท้มีความสำคัญต่อโครงสร้างของผิวหนัง เพราะประกอบด้วยคอลลาเจน (Collagen) ซึ่งเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่ช่วยให้ความแข็งแรงแก่ผิวหนัง อีลาสติน (Elastin) ซึ่งสร้างความยืดหยุ่นให้กับผิวหนัง ต่อมเหงื่อที่ผลิตเหงื่อเพื่อปรับอุณหภูมิของร่างกาย และต่อมไขมันที่รักษาความผิวชุ่มชื้นของผิวหนัง นอกจากนี้ ชั้นหนังแท้ยังประกอบด้วยรูขุมขน เส้นเลือด เส้นประสาท และปลายประสาทรับความรู้สึกจำนวนมาก ทำให้เรารับความรู้สึกต่าง ๆ เช่น ความร้อนและความเจ็บปวด และช่วยลำเลียงสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิวไปให้ชั้นหนังกำพร้าและทำให้ผิวมีสุขภาพดี
- ชั้นไขมัน
ชั้นไขมันเป็นชั้นผิวที่ลึกที่สุดในโครงสร้างของผิวหนัง มีองค์ประกอบหลักคือไขมัน ทำหน้าที่ปกป้องกล้ามเนื้อและกระดูกจากการได้รับบาดเจ็บ และช่วยให้ร่างกายอบอุ่น นอกจากนี้ ในชั้นไขมันประกอบด้วยเส้นเลือด เส้นประสาท และเนื้อเยื่อที่เชื่อมระหว่างชั้นผิวและกล้ามเนื้อหรือกระดูกเข้าด้วยกัน
แหล่งข้อมูล: https://www.pobpad.com/


